ผมก็เป็นคนหนึ่ง ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา โดยเรียนสาขาวิชาที่ตัวเองไม่ได้ชอบ ไม่เคยคิดว่าจะได้เรียน แต่ก็เรียนเพราะว่าสอบติดที่นี่ที่เดียว
ย้อนไปตอนที่ยังเป็นนักเรียนมัธยม วิชาแนะแนวดูเหมือนจะเป็นวิชาที่ช่วยทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น เป็นการนำให้เรารู้ว่า เราชอบอะไร เก่งด้านไหน ถนัดอะไร และสุดท้ายสมควรที่จะเรียนต่อ มหาวิทยาลัยในสาขาวิชาอะไร แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเราควรจะทำอาชีพอะไร บอกตามตรงว่า ตอนที่ผมเลือกลงสาขาวิชาตอนแอตมิตชั่นนั้น ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องอาชีพเลย คิดแค่ว่า เราพอจะสามารถเรียนอะไรได้เท่านั้นเอง
พอมาถึงเวลานี้ก็กลายเป็นนักศึกษาปี 3 ไปแล้ว สาขาที่ตัวเองเรียนอยู่ก็กลายสาขาที่เราไม่ได้ชอบ บวกกับตอนนี้ที่รู้ตัวแล้วว่า แม่จะส่งเสียให้เรียนป.โทอีก แต่เป็นคนละสายวิชาซะงั้น เนื่องด้วยครอบครัวมีกิจการเป็นของตัวเอง และต้องการคนสืบสานกิจการต่อ ซึงก็มีแค่ผม ที่เป็นลูกคนเดียว ดังนั้นผมจึงจำเป็นต้องเรียนป.โทต่อ เพราะตามกฏหมายของกิจการที่ครอบครัวผมทำอยู่ ผู้ที่จะบริหารงานได้ต้องจบคณะนี้เท่านั้น ก็กลายเป็นอันว่า ไม่ต้องใช้ความรู้ที่เรียนไปสี่ปีเลย เหมือนบทความที่คุณ khun_aut ได้เขียนไว้ในหัวข้อ วิชาสุดท้าย … ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน ! คือ “ทุกปี เด็กไทย(หลายแสน) ไม่รู้จะเรียนอะไรดี” เลือกลงสาขานู้นสาขานี้ไปงั้นๆ สุดท้าย..
เราก็อาจจะต้องมาเรียนใหม่ เหมือนที่ผมกำลังจะทำก็เป็นได้ (ในส่วนใหญ่ผมคิดว่าปี 1 ที่ไม่ชอบวิชาที่ตัวเองเรียนก็คงจะซิ่วไปแล้วล่ะ ส่วนน้อยนักที่จะอดทนแบบผม)
Filed under: เล่าเรื่อง , การศึกษา, ชีวิตในมหาวิทยาลัย, อาชีพ











เออ…ถึงกับเซ็ง
จะลาออกไปขายก๋วยจั๊บและ ~!!
ความจริง การเรียน(อะไรก็ตาม)ไม่แย่อย่างที่คิด
Steve Jobs เอง ก็เรียนอะไรบางอย่าง
ในวันที่เขาเรียน เขายังไม่เห็นประโยชน์อันใด ในชีวิต
แต่ … (อ่านเองนะครับ)
http://tuleedin.wordpress.com/2008/03/15/fwmail-2/
ถ้าทำได้ อยากให้หาอ่าน version เป็นการแปล ไม่ใช่การตีความ
โชคดีครับ
: )
ขอบคุณครับ